ข้าวและถิ่นกำเนิด · นาข้าวพะเยา · terroir สุราไทย · คีรีขาล
ผืนนาพะเยา ดิน น้ำ และอากาศที่หล่อหลอมรสชาติคีรีขาล
ทำไมข้าวเหนียวพันธุ์เดียวกัน ปลูกคนละจังหวัด ถึงให้กลิ่นและรสไม่เหมือนกัน คำตอบอยู่ที่สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นั่นคือดินใต้ฝ่าเท้า น้ำที่หล่อเลี้ยงต้นข้าว และอากาศที่โอบล้อมท้องนาทั้งปี ปัจจัยเหล่านี้สะสมตัวอยู่ในเมล็ดข้าวทีละน้อยตลอดฤดูกาลเพาะปลูก และแม้จะมองไม่เห็นด้วยตา แต่กลับส่งผลชัดเจนที่สุดเมื่อข้าวถูกนำไปหมักและกลั่นเป็นสุรา
ดินพะเยา แหล่งแร่ธาตุที่ข้าวต้องการ
พื้นที่ปลูกข้าวของคีรีขาลในจังหวัดพะเยาเป็นดินตะกอนที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากสายน้ำในแถบลุ่มน้ำอิง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณแป้งและความหอมของเมล็ดข้าวเหนียว กข 6 ที่ปลูกในพื้นที่นี้ ดินตะกอนริมน้ำเช่นนี้ผ่านการทับถมของตะกอนแม่น้ำมาหลายพันปี ทำให้มีโครงสร้างร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี ต่างจากดินในพื้นที่อื่นที่อาจแห้งแล้งหรือเป็นดินทรายซึ่งเก็บความชื้นได้น้อยกว่า
น้ำและอากาศแบบเมืองเหนือ
อุณหภูมิที่เย็นกว่าภาคอื่นในช่วงฤดูเพาะปลูก บวกกับแหล่งน้ำธรรมชาติที่ยังคงความสะอาด ทำให้ต้นข้าวเติบโตช้าและสะสมความหอมได้มากกว่าการปลูกในพื้นที่ร้อนจัดหรือแล้ง
นี่คือเหตุผลที่ข้าวจากพะเยามีเอกลักษณ์ต่างจากข้าวเหนียวจากภาคอื่น แม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมในแถบนี้คือแม่น้ำอิง ซึ่งไหลผ่านหลายอำเภอของจังหวัดพะเยาก่อนจะไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่เชียงราย เป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงทั้งคนและผืนนาอย่างยาวนาน
สายน้ำอิงกับเวียงลอ เมืองโบราณอายุกว่า 900 ปี
ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำอิงไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไปกว่า 900 ปี บริเวณอำเภอจุน จังหวัดพะเยา เคยเป็นที่ตั้งของ เวียงลอ เมืองโบราณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่คร่อมสองฝั่งแม่น้ำอิง ในเขตตำบลลอ
และเคยเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างเมืองสำคัญอย่างเชียงแสน เชียงของ พะเยา ไปจนถึงอาณาจักรล้านช้าง หลักฐานทางโบราณคดียังชี้อีกว่าพื้นที่นี้มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาก่อนหน้านั้นอีกกว่า 1,500-2,000 ปี ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
สิ่งที่น่าทึ่งคือคนโบราณที่เวียงลอรู้จักบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำอิงอย่างเป็นระบบ นักโบราณคดีพบคันดินโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อควบคุมทิศทางน้ำ ทั้งป้องกันน้ำท่วม ปกป้องพื้นที่เพาะปลูก ศาสนสถาน และที่อยู่อาศัยไปพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับสายน้ำอิงเพื่อการเกษตรนั้นฝังรากลึกอยู่ในพื้นที่นี้มานานนับพันปี ใจกลางเวียงลอคือ "วัดศรีปิงเมือง"
วัดสำคัญที่ยังเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่และวิหารที่สร้างทับซ้อนบนฐานเดิม สะท้อนสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมสุโขทัย และยังมีพิพิธภัณฑ์เวียงลอที่เก็บรักษาโบราณวัตถุทั้งพระพุทธรูปหินและสำริด รวมถึงเศษภาชนะดินเผาที่พบในพื้นที่กว่า 50 แหล่งโบราณคดีโดยรอบ
เป็นเครื่องยืนยันว่าผืนดินริมแม่น้ำอิงแห่งนี้หล่อเลี้ยงชุมชนเกษตรกรรมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก่อนจะกลายมาเป็นผืนนาข้าวเหนียวที่คีรีขาลใช้ในทุกวันนี้
แนวคิดที่ยืมมาจากวงการไวน์ชั้นนำของโลก
ในวงการไวน์ คำว่า terroir หมายถึงลักษณะเฉพาะของพื้นที่ปลูกที่ส่งผลต่อรสชาติองุ่น แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับข้าวเช่นกัน คีรีขาลเชื่อว่าการยึดมั่นกับผืนนาเดียวในพะเยา
คือการรักษารสชาติที่เป็นตัวตนของแบรนด์ไว้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การตลาด เพราะดิน น้ำ และอากาศที่หล่อหลอมข้าวแต่ละเมล็ดนั้นไม่สามารถลอกเลียนแบบจากพื้นที่อื่นได้ ไม่ว่าจะใช้สายพันธุ์ข้าวเดียวกันมากน้อยเพียงใดก็ตาม
อ่านเรื่องราวการเดินทางจากผืนนาสู่ขวดได้ที่หน้า เรื่องราวของคีรีขาล หรือดูว่าใครคือคนปลูกข้าวให้เราได้ที่หน้า พาร์ทเนอร์ของเรา