ความรู้ · สุราชุมชนคืออะไร · สุราชุมชน ไทย · คีรีขาล
สุราชุมชนคืออะไร ต่างจากสุราอุตสาหกรรมอย่างไร
คำว่า สุราชุมชน กลายเป็นเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่พูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลายคนยังสงสัยว่าสุราชุมชนคืออะไรกันแน่ ต่างจากสุราอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างไร และทำไมจู่ ๆ ผู้ผลิตรายเล็กถึงโผล่ขึ้นมาให้เห็นมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นิยามของ สุราชุมชน ตามกฎหมายไทย
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตผลิตสุรา โรงงานผลิตสุรากลั่นในไทยถูกแบ่งออกเป็น 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง และใหญ่ โดยโรงงานขนาดเล็กใช้เครื่องจักรกำลังไม่เกิน 5 แรงม้า หรือมีคนงานน้อยกว่า 7 คน
ส่วนโรงงานขนาดกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่เพิ่งถูกขยายนิยามให้ครอบคลุมมากขึ้น ใช้เครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า หรือมีคนงานน้อยกว่า 50 คน สุราชุมชนและผู้ผลิตรายเล็กส่วนใหญ่จึงอยู่ในกลุ่มขนาดเล็กถึงกลางนี้ แตกต่างจากสุราอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตขนาดใหญ่กว่ามากและจำหน่ายในวงกว้างทั่วประเทศ
อีกจุดที่หลายคนสับสนคือคำว่า "สุราชุมชน" ไม่ได้หมายถึงสุรากลั่นเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทั้งสุราแช่พื้นบ้านอย่างอุ กระแช่ และสาโท ซึ่งมีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 7 ดีกรีและไม่ผ่านการกลั่น กับสุรากลั่นชุมชนอย่างสุราขาวที่ผ่านกระบวนการกลั่นให้ได้แอลกอฮอล์สูงขึ้น
ทั้งสองกลุ่มมีเกณฑ์ทางกฎหมายและอัตราภาษีที่แตกต่างกัน คีรีขาลจัดอยู่ในกลุ่มสุรากลั่นชุมชน ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการหมักและกลั่นที่ซับซ้อนกว่าสุราแช่
เกร็ดความรู้ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ โรงงานใหญ่ต้องผลิตขั้นต่ำวันละเท่าไร
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ กฎหมายกำหนดให้โรงงานสุรากลั่น "ขนาดใหญ่" ต้องมีกำลังการผลิตขั้นต่ำสูงมาก โดยสุรากลั่นชนิดพิเศษอย่างวิสกี้ บรั่นดี และยิน ต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 30,000 ลิตรต่อวัน ส่วนสุรากลั่นชนิดอื่นอย่างสุราขาว ต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 90,000 ลิตรต่อวัน คิดเทียบเป็นน้ำสุราแรงแอลกอฮอล์ 28 ดีกรี
นั่นหมายความว่าในหนึ่งวัน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ผลิตสุราขาวได้มากกว่ากำลังการผลิตทั้งปีของผู้ผลิตรายเล็กหลายรายรวมกันเสียอีก ตัวเลขนี้เองที่อธิบายว่าทำไมในอดีตผู้ผลิตรายเล็กแทบไม่มีทางแข่งขันหรือเข้าสู่ตลาดได้เลยตามกรอบกฎหมายเดิม
ต่างจากสุราอุตสาหกรรมตรงไหน
นอกจากขนาดการผลิตแล้ว สุราชุมชนมักเน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นเรื่องราวและเอกลักษณ์ของพื้นที่มากกว่าการผลิตด้วยปริมาณมาก ขณะที่สุราอุตสาหกรรมสามารถรักษารสชาติให้เหมือนเดิมได้ทุกรุ่นการผลิตด้วยการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดกว่าในระดับโรงงานขนาดใหญ่ ด้านกระบวนการผลิต
ผู้ผลิตรายเล็กยุคใหม่จำนวนมากก็ไม่ได้ใช้เตากลั่นแบบโบราณอย่างที่หลายคนจินตนาการอีกต่อไป แต่หันมาใช้เครื่องกลั่นที่ทันสมัยขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอ เพียงแต่ยังคงให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและขั้นตอนดั้งเดิมเช่นเดิม
เกร็ดความรู้อีกเรื่อง ภาษีสุราคิดซับซ้อนกว่าที่คิด
อีกเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้คือ ภาษีสรรพสามิตสุราของไทยคิดจากสองฐานรวมกัน คือภาษีตามมูลค่า (คิดจากราคาขายปลีกแนะนำ) และภาษีตามปริมาณซึ่งคิดเป็นบาทต่อลิตรของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ หรือเทียบเท่า 100 ดีกรี ไม่ใช่คิดจากปริมาณสุราที่ขายตรง ๆ
ซึ่งหมายความว่ายิ่งสุรามีดีกรีสูงเท่าไร ภาษีต่อขวดก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย โครงสร้างภาษีแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนของสุราชุมชนและสุราอุตสาหกรรมต่างกันไม่มากเท่าที่หลายคนคิด เพราะต่างก็ต้องจ่ายภาษีตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ในอัตราเดียวกัน
ทำไมเทรนด์นี้ถึงกำลังมาแรง
คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้ามากขึ้น การสนับสนุนชุมชนในท้องถิ่นจึงกลายเป็นจุดขายที่สำคัญของการเลือกซื้อสำหรับหลายคน ประกอบกับการที่กฎหมายเปิดช่องให้ผู้ผลิตรายเล็กขอใบอนุญาตได้ง่ายขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดสุราชุมชนในไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพียงพื้นที่เดียวมีผู้ประกอบการผลิตสุราพื้นบ้านรวมกันกว่า 100 ราย และสร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่าปีละ 100 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็นว่าสุราชุมชนไม่ใช่แค่กระแสเล็ก ๆ แต่กลายเป็นเศรษฐกิจท้องถิ่นที่จับต้องได้จริง คีรีขาลเองก็เกิดจากแนวคิดนี้เช่นกัน การเลือกใช้ข้าวเหนียวจากผืนนาพะเยาเพียงแห่งเดียวคือการยืนยันตัวตนกับแนวคิดเรื่องสุราชุมชนที่ดี
โดยเราเลือกใช้เครื่องกลั่นสมัยใหม่แทนเตากลั่นแบบโบราณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกรุ่นการผลิตมีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยไม่ทิ้งรากฐานความเชื่อเรื่องวัตถุดิบท้องถิ่นที่เป็นหัวใจของสุราชุมชนไป
อ่านเรื่องราวของคีรีขาลเพิ่มเติมได้ที่หน้า Our Story หรืออ่านเรื่อง GI ที่เกี่ยวข้องกันได้ที่บทความ Geographical Indication (GI) คืออะไร